Confidentail Document
เอกสารสำคัญ (ย้ำว่า) สำคัญ ของพระภิกษุ หรือกระทั่งสามเณร วันนี้ยังปลอดภัยดีอยู่หรือเปล่า ?
.
ในสหราชอาณาจักร หากได้รับเอกสารที่มีข้อความระบุบนซองจดหมายว่า -Confidential Document- นั่นแปลว่า เอกสารที่ถูกส่งมาถึง หรือ ส่งไปให้ถึงนั้น -สำคัญ- โดยอาจจะหมายถึงชั้นความลับที่จะต้องป้องกันและรักษาไว้ในที่ซึ่งบุคคลอื่นเข้าถึงไม่ได้
.
ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เอาเป็นว่าย้อนไปในปี คศ 2000 ผู้เขียนได้ยื่นเอกสาร ตามระเบียบของ สนง.กำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เพื่อขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ เดิมทีใช้คำว่า -ต่ออายุ- แต่ช่วงหลังคือ -ทำเล่มใหม่- เพราะแต่ละเล่มนั้น สามารถใช้จริงๆ ได้แค่ 4 ปี 4 เดือน เท่านั้น ส่วนอีก 6 เดือนที่เหลือ เป็นช่วงดำเนินการขอทำเล่มใหม่
.
คำถามคือ แล้วเอกสารครั้งก่อน ๆ นั้น ไปไหน ทำไมจึงต้องยื่นเอกสาร (แบบเดิม) ซ้ำอีก ทั้งที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย จากครั้งก่อน เอ๊ะ! หรือว่า มัดถูกรวบรวมและทิ้งไปในถังรีไซเคิลเสียแล้ว ซึ่งตรงนี้…บอกเลยว่า อันตรายชั้นหายนะเลยทีเดียว
.
พระสงฆ์องค์เถรทั้งหลาย มักจะไม่รู้สึกอะไรมากนักกับข้อมูลที่ถูกใช้ประกอบการขออนุญาตทำหนังสือเดินทาง เล่มใหม่ เพราะเมื่อได้เล่มแล้วก็คือ เอวัง (All Done)
.
คำถาม คือ เอกสารเหล่านี้มีอะไรบ้าง?
-สำเนาหนังสือสุทธิ
-สำทะเบียนบ้าน(วัดที่สังกัด)
-สำเนาบัตรประชาชน (พระ)
-สำเนาสมณศักดิ์ ตามยศชั้น
-สำเนาวิทยฐานะ
-สำเนาใบตราตั้ง/แต่งตั้ง
-เบอร์โทรศัพท์
-อีเมล
-LineID นับเบอร์
-สำเนามติมหาเถรสมาคม
.
เอกสารเหล่านี้ ถือว่าเป็น Confidentail Document ไหม? คำตอบคือ เป็น และถ้าเมื่อเป็นแล้ว จะต้องป้องกันอย่างไร ? คำตอบคือ รักษามิให้รั่วไหลตามเวลาที่กำหนด ถ้าเป็นที่อังกฤษมีอายุ ๑๐๐ ปี หรือเว้นเจ้าของตายไป หรือไม่อยู่ในประเทศแล้ว ศาลอนุญาตให้ทำการลบได้ ส่วนที่เมืองไทยนั้น บอกตรง ๆ ว่า ไม่ทราบ และน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในแวดวงของคณะสงฆ์ ผู้เขียนเห็นด้วยตาตัวเองว่า มีเอกสาของโยมที่ถูกพิมพ์รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์มือถือวางทิ้งในถังขยะที่พร้อมจะถูกนำไปทิ้งแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย….โอ…. มาย….บุดดา!
.
อยากถามถึงหน่วยงานของคณะสงฆ์ว่า เข้าใจความหมาย และให้ความสำคัญกับระบบ PDPA (Personal Data Protection Act หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 แค่ไหนเพียงใด?
.
โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกกังวลใจมาก กับการทิ้งกระดาษที่มีข้อมูลส่วนบุคคล (Personel Data) ทั้งของพระสงฆ์เองหรือฆราวาส โดยลืมนึกถึงการรั่วไหลของข้อมูลสู่กลุ่มมิจฉาชีพทั้งหลาย โดยเฉพาะสะแกมเมอร์ ที่อยู่ ๆ ก็สามารถเจาะเข้าถึง ตับไต รู้ได้กระทั้งกรุ๊ปเลือด จนถึงยอดเงินในบัญชีธนาคารอย่างเหลือเชื่อ
.
ข้อมูลอะไรบ้างที่ ถูกฉกฉวยไปจากความไม่รัดกุมและมักง่าย ประเภทช่างมันพ้นหัวคิด หัวบันไดกูก็ถือว่าจบแล้ว มาดูว่าข้อมูลดังกล่าวมีอะไรบ้าง ?
-ชื่อ-นามสกุล
-เลขประจำตัวประชาชน
-ที่อยู่
-เบอร์โทรศัพท์
-วันเดือนปีเกิด
-อีเมล
-การศึกษา
-เพศ
-อาชีพ
-รูปถ่าย
-ข้อมูลทางการเงิน
-ข้อมูลทางการแพทย์หรือสุขภาพ
-ข้อมูลทางพันธุกรรมและไบโอเมทริกซ์
-เชื้อชาติ
-ความคิดเห็นทางการเมือง
-ความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา
-พฤติกรรมทางเพศ
-ประวัติอาชญากรรม
-ข้อมูลสหภาพแรงงาน
-และอื่น ๆ ที่มิจทั้งหลายรวบรวมผ่านออนไลน์ร่วมด้วย
.
ข้อมูลทั้งหมด อยู่ในเอกสารที่แนบพร้อมกับการยื่นขอต่ออายุหนังสือเดินทางของพระสงฆ์ทุกครั้ง นั่นแปลว่า ฝ่ายกำกับดูแลพระไป ปตท ไม่มีฐานข้อมูลที่ชัดเจน จึงต้องเรียกรับเอกสารประกอบใหม่ทุกครั้ง คาดเอาว่า เป็นแฟ้มเอกสารที่ถูกเจาะข้างเข้าเก็บแบบเดิม ๆ ทั้งที่ยุคสมัยมันมาไกลถึงยุค AI กันแล้ว
.
โดยส่วนตัวมองว่า การบริหารจัดการ การขอต่ออายุหนังสือทางไปต่างประเทศของพระธรรมทูต หรือ ศาสนกิจอื่นใดก็ตาม ควรนำเข้าข้อมูลสู่ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล ภายใต้ฐานข้อมูลที่ถูกระวังรักษาไว้อย่างรัดกุมปลอดภัย และควรลดการใช้เอกสารเดิม ๆ ยื่นซ้ำ ๆ อีก เพราะจะยิ่งสร้างความระแวงสงสัยต่อมาตรการความปลอดภัยด้านข้อมูลระดับ Confidentail Document ที่อาจจะถูกนำไปสู่ภัยเงียบคุกคามสวัสดิภาพในชีวิต และทรัพย์สิน อย่างที่เป็นข่าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
.
ถ้าท่านใดอ่านผ่านมาถึงตรงนี้ ลองเช็คดูว่า บัญชีธนาคารของท่านยังปลอดภัยดีไหม? ระหัสผ่าน อีเมล,เฟสบุค,ทิกต๊อก,IG,ไลน์ แข็งแรงดีหรือไม่ ถ้าไม่มั่นใจ แนะนำให้ทำการเปลี่ยนทันที เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นจริง ไม่นานมานี้กับคนไทยในสหราชอาณาจักร ชนิดที่เจ้าของไม่รู้ตัวเลยว่า มีคนแอบส่องอีเมล และยังสร้างลิงค์มาให้กดชำระค่าบริการ โดยที่เจ้าของไม่ได้มีการสมัครใช้บริการนั้นแต่อย่างใด
.
ยังมีภาค ๒ อีก จะเป็นเรื่องอะไรนั้น ขอทำใจเรื่องหวยก่อนนะ กลัวเขามายึดเมรุ… เพราะนำเข้าไฟแนนซ์ทุ่มแบบจัดเต็ม
.
พอจ.สุทัศน์
Post Views: 15